บทความ

“องค์พระฝาง” พระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา

รูปภาพ
“องค์พระฝาง”  เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา หล่อด้วยสัมฤทธิ์ เดิมเป็นพระประธานประจำวัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ (อยู่ในเขตบ้านฝาง ตำบลผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบัน) ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาไว้ที่กรุงเทพฯ หากต่อมาในปีพ.ศ. ๒๔๕๑ มีรับสั่งให้นำกลับไปประดิษฐานที่พระอุโบสถของวัดพระฝาง ตามเดิม แต่สุดท้ายก็หาได้มีผู้ใดนำกลับไปตามพระราชประสงค์ไม่ องค์พระฝางจึงยังประดิษฐานอยู่ที่วิหารสมเด็จ วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร อยู่จนปัจจุบัน วัดพระฝาง เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญของฝ่ายหัวเมืองเหนือมาแต่อดีต มีบันทึกว่าพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ซึ่งเป็นพระเถระผู้ใหญ่ของสุโขทัยเคยมานมัสการองค์เจดีย์พระธาตุที่วัดนี้ ในสมัยต่อมา พระมหากษัตริย์หลายพระองค์นับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอแห่งกรุงศรีอยุธยา, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้เสด็จไปนมัสการพระธาตุเจดีย์ที่วัดนี้ ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าพระพุทธรูปที่เรียกกันว่า “องค์พระฝาง...

“จักรยาน” ของเห่อใหม่สมัย ร.5 ราคาคันละร้อย!

รูปภาพ
(ซ้าย) ภาพการแต่งแฟนซี่ขี่จักรยาน สมัย ร.5 (ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)(ขวา) ภาพการขี่จักรยานของเสด็จพระองค์หญิงฯ ตัวละครในเรื่องสี่แผ่นดิน (ภาพจากละครเรื่องสี่แผ่นดิน ปี พ.ศ. 2546: https://www.youtube.com/watch?v=cdjiYSv-h-E) แล้วจักรยานคันแรกเกิดขึ้นเมื่อใด? จักรยานคันแรกของโลกคิดค้นขึ้นในปี พ.ศ. 2382 โดยชาวสกอตแลนด์ชื่อ  เคริกพาทริก แมกมิลลัน (Kirkpatrick Mcmillan)  จักรยานที่ประดิษฐ์ขึ้นนั้นมีชื่อเรียกทั่วไปว่า  “MacMillan Velocipede”  เป็นพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง โดยการวางเท้าไว้ที่บันไดและยกเท้าขึ้น-ลง เพื่อให้บันไดที่เชื่อมติดกับข้อเหวี่ยงของล้อหลัง เกิดการเคลื่อนที่ทำให้ล้อหมุนและเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ ทั้งนี้ตัวจักรยานยังมีน้ำหนักมากถึง 26 กิโลกรัม จึงไม่ได้รับความนิยมมากนัก ต่อมาจักรยานได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีรูปทรงที่ทันสมัย ขับขี่ง่ายขึ้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2403  เอเนสต์ มีโชซ์ (Ernest Michaux)  และปีแยร์  ลาลเลอมอง (Pierre Lallement)  ชาวฝรั่งเศสพัฒนาจักรยานรุ่น  “Velocipede”  ขึ้น โดยติดข้อเหวี่ยง...

วารสาร “นักล่าอาณานิคม” ตีแผ่สัญญารัชกาลที่ 5 ทำไมสยามสละ “นครวัด”

รูปภาพ
ลานหินสู่ประตูทางเข้าปราสาทนครวัด ภาพวาดลายเส้นโดยกิโอด์ จากรูปสเก๊ตช์ของมูโอต์ เรื่องของเมืองเขมรที่เกี่ยวข้องกับสยาม ดูผิวเผินเหมือนจบลงตั้งแต่ในรัชกาลที่ 4 การที่ สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์  พระราชบุตรบุญธรรมของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงตัดสินพระทัยขอความคุ้มครองจากฝรั่งเศส และตัดความสัมพันธ์กับทางกรุงเทพฯ อย่างไม่เหลือเยื่อใย การโยกย้ายเมืองหลวงเก่าที่สยามตั้งให้จากอุดงมีชัยมาเป็นพนมเปญ จบลงด้วยการที่สยามเสียดินแดนเขมรส่วนนอกในรัชกาลนั้น พงศาวดารไทยก็แทบจะไม่กล่าวถึงราชสำนักเขมรอีกเลย จวบจนปี พ.ศ. 2449 เหตุการณ์บางอย่างกดดันให้ครอบครัวขุนนางสยามสายสกุล อภัยวงศ์ ต้องอพยพออกมาจากเมืองพระตะบอง และสยามจำต้องสละเมืองเสียมราฐ อันเป็นที่ตั้งของมรดกโลกคือนครวัดอย่างอาลัยอาวรณ์ ซึ่งทั้งหมดมาสิ้นสุดเอาเมื่อปลายรัชกาลที่ 5 นี่เอง เกิดอะไรขึ้นกับประวัติศาสตร์อันสับสนช่วงนั้น? บทความนี้คือองค์ความรู้ที่ขาดหายไป เมื่อ 100 ปีมาแล้วนับถึงปีนี้ คือวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 (นับอย่างตะวันตก คือปี ค.ศ. 1906) สยามและฝรั่งเศสตกลงทำสัญญาฉบับหนึ่งร่วมกัน ใจความสำคัญในสัญญาม...

กำเนิด “ดีเซล” เครื่องยนต์ปฏิวัติโลก ฝีมือเด็กชอบรื้อ

รูปภาพ
รูดอล์ฟ ดีเซล (Rudolf Diesel) ผู้ออกแบบเครื่องยนต์ดีเซล (ถ่ายก่อน 1913) จากเด็กเหลือขอ แสนดื้อรั้น ชอบรื้อเครื่องยนต์กลไกในวัยเด็ก  รูดอล์ฟ ดีเซล (Rudolf Diesel)  เติบโตขึ้นมาเป็นชายหนุ่มรูปหล่อ อัธยาศัยดี ขี้อาย พูดจานุ่มนวล สนทนาได้ถึง 3 ภาษา และเป็นนักประดิษฐ์คนสำคัญของโลก ชีวิตของครอบครัวดีเซลต้องพลิกผัน เมื่อฝรั่งเศสประกาศสงครามกับปรัสเซียในเดือนกรกฎาคม ปี 1870 ครอบครัวของเขาจึงต้องอพยพไปอังกฤษในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว ทว่าโชคยังเป็นของรูดอล์ฟ ดีเซล วัย 12 ปี เมื่อบิดาตัดสินใจส่งเขาไปอยู่กับลุงและป้าในอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งทั้งคู่มีฐานะพอจะส่งเสียให้เขาร่ำเรียนจนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี กรุงมิวนิก ประเทศเยอรมนี หลังจบการศึกษา ดีเซลกลับบ้านเกิดที่กรุงปารีส และได้เข้าทำงานในโรงงานประกอบเครื่องทำน้ำแข็งของศาสตราจารย์คาร์ฟอนลินเด และได้รับสิทธิบัตรใบแรกคือ เครื่องผลิตน้ำแข็งที่ผลิตน้ำแข็งได้ใสราวผลึกคริสตัล ทว่ากำไรทั้งหมดจากการทำน้ำแข็งต้องตกเป็นของนายจ้างตามกฎหมายของฝรั่งเศส ดีเซลจึงย้ายไปทำงานในเมืองมิวนิก และหันไปพัฒนาเครื่องยนต์แบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่...

“คลองรังสิต” เมกะโปรเจกต์สมัยรัชกาลที่ 5

รูปภาพ
ชาวนาในทุ่งรังสิตสมัยบุกเบิกยังไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ทำนำ (ภาพจาก "ประวัติคลองรังสิต การพัฒนาที่ดินและผลกระทบต่อสังคม พ.ศ. 2431-2457" ) โครงการขุดคลองรังสิตเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อขยายพื้นที่ปลูกข้าว การดำเนินงานของภาคเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของรัฐที่ต้องการให้มีการผลิตข้าวเพิ่มขึ้น การขุดคลองรังสิตของบริษัทขุดคลองแลคูนาสยาม [1]  ทั้งที่ใช้เครื่องจักรและแรงงานคนนั้นพบว่า  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2433-39 ปริมาณการขุดคลองของบริษัทขุดคลองได้น้อยและไม่สม่ำเสมอ จนถึงพ.ศ. 2440 การขุดคลองเริ่มเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยระหว่างปีพ.ศ. 2440-43 ขุดได้ประมาณปีละ 1,000 เส้น  ระหว่างปี 2444-47 สามารถขุดคลองได้มากเพิ่มขึ้นอกีเป็นเฉลี่ยปีละ 3,000 เส้น จากนั้นปริมาณการขุดคลองก็ลง การที่บริษัทขุดคลองเป็นจำนวนมาก มีผลให้บริษัทได้รับที่ดินสองฝั่งตามสัญญาจำนวนมหาศาล จากหนังประวัติพระวรวงศ์พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์กล่าวว่า มีเนื้อที่นาสองฝั่งคลองที่ขุดทั้งหมด 1,337,225 ไร่  ต่อมาปี 2440 บริษัทเริ่มมีการขายที่ดินอย่างเป็นล่ำเป็น แล้วค่าใช้จ่าย และร...